สูตร วาฟเฟิล-ขนมเขียว

เพื่อนๆ อาจเคยเห็น วาฟเฟิลขนมเขียว ราคาแพงๆ จากร้านขนมบ้างร้าน แต่เพื่อนๆ รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วมันคือการเอาสูตนขนมบ้านๆ อย่าง “ขนมเขียว” หรือ อีกชื่อ “ขนมครกสิงคโปร์” มาผสมกับสูตรการทำวาฟเฟิลเท่านั้นเอง ซึ่งจริงๆ ก็ทำไม่ยากเลย แต่ก็ตั้งราคาซะแพงเชียว

(CR: aboutlives)

ดังนั้นวันนี้ Food Story จะเอาสูตรวิธีทำ “วาฟเฟิล-ขนมเขียว” มาฝาก เพื่อนๆ จะได้ลองไปทำทานกันที่บ้านรวมทั้งวิธีทำให้รูปร่างของมันสวยขึ้นอีกด้วย วิธีทำไม่ค่อยยากเลย ไปดู สูตร วาฟเฟิล-ขนมเขียว สไตล์ Food Story กันได้เลย!!!!

วาฟเฟิล_ขนมเขียว_016

ส่วนผสมแห้ง:

  • แป้งทำขนมปัง 250 กรัม (2 ถ้วย)
  • แป้งมันสำปะหลัง 125 กรัม (1 ถ้วย)
  • น้ำตาลทราย 125 กรัม (1 ถ้วย)
  • ผงฟู 5 ชอนชา
  • เกลือ ½ ชอนชา

ส่วนผสมเปียก:

  • ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 2 ฟอง
  • กลิ่นใบเตย 1 ชอนชา
  • สีเขียว 1 ชอนชา (ในสูตรนี้ใช้สีเขียวแอปเปิ้ล เพราะชอบสีสดๆ แต่จะใช้สีเขียวใบเตย หรือ สีอะไรก็ได้ เพราะไม่มีผลกับรสชาติ)
  • กะทิ 500 มิลลิลิตร
  • น้ำมันมะพร้าว 150 มิลลิลิตร
  • กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา

ของอย่างอื่นที่ต้องใช้:

  • เครื่องผสมอาหาร (ถ้าไม่มีใช้ชามผสมอาหาร กับ ที่ตีไข่ตะกร้อ ก็ได้)
  • เตาวาฟเฟิล แบบ ก้นลึก (รูปวงกลม หรือ สี่เหลี่ยมก็ได้ ในสูตรใช้แบบกลม แต่ถ้าใช้แบบสี่เหลี่ยมจะสามารถทำรูปร่างแบบที่ขายในร้านได้)
  • น้ำมันพืช + แปรงกันความร้อน ( เอาไว้ทานน้ำมันบนเตา)
  • ที่คีบอาหารกันความร้อน
  • ขวดซอสพลาสติกแบบมีหัวบีบ
  • **เหยือกขนาดใหญ่ เอาไว้เทส่วนผสมใส่ขวด (**ไม่ต้องใช้ก็ได้)
  • จาน
  • ชามเล็ก (ไม่ต้องใช้ก็ได้)

วิธีทำ:

1) นำ ส่วนผสมแห้ง และ ส่วนผสมเปียก มาตีผสมกันด้วยเครื่องผสมอาหารจนเป็นเนื้อเดียวกัน (ถ้าไม่มีเครื่องผสมอาหาร ให้ใช้ ชามผสมอาหาร กับ ที่ตีไข่ตะกร้อ ผสม ส่วนผสมแห้ง และ ส่วนผสมเปียก แยกกันก่อน แล้วค่อยทำส่วนผสม ส่วนผสมแห้ง และ ส่วนผสมเปียก มาตีผสมกันอีกทีจนเป็นเนื้อเดียวกัน)

วาฟเฟิล_ขนมเขียว_001

วาฟเฟิล_ขนมเขียว_002

วาฟเฟิล_ขนมเขียว_003

2) นำส่วนผสมที่ได้มาเทใส่ เหยือกขนาดใหญ่ ก่อนที่จะเทใส่ ขวดซอสพลาสติกแบบมีหัวบีบ อีกทีเพื่อความเรียบร้อย (ถ้าขี้เกียจจะเทใส่ ขวดซอสพลาสติกแบบมีหัวบีบ เลยก็ได้ แต่อาจเลอะเทอะหน่อย)

วาฟเฟิล_ขนมเขียว_005

วาฟเฟิล_ขนมเขียว_006

วาฟเฟิล_ขนมเขียว_007

3) ตั้งเตาวาฟเฟิล ที่ความร้อนสูงสุด แล้วใช้ แปรงกันความร้อน ทา น้ำมันพืช บางๆ ให้ทั่วเตา

วาฟเฟิล_ขนมเขียว_008

4) เมื่อ เตาวาฟเฟิล ร้อนได้ที่ (เมื่อเราเห็นน้ำมันเริ่มเดือด) ให้บีบส่วนผสมที่อยู่ใน ขวดซอสพลาสติกแบบมีหัวบีบ ไปในร่องเตาวาฟเฟิล บีบให้ทั่วร่องประมาณ 1/3 ของความลึกของร่อง

วาฟเฟิล_ขนมเขียว_009

วาฟเฟิล_ขนมเขียว_010

5) เมื่อบีบทั่วแล้วให้บิดฝาเตาวาฟเฟิลจนวาฟเฟิลสุกแล้วค่อยเปิดออก (ดูที่ไฟของเตา เตาทุกรุ่นไม่เหมือนกัน แต่สำหรับเตาในสูตรที่ไฟจะเป็นสีเขียวเมื่อสุก)

วาฟเฟิล_ขนมเขียว_011

6) ใช้ที่คีบอาหารกันความร้อนค่อยๆ คีบวาฟเฟิล-ขนมเขียวออกจากเตา แล้วนำมาวางไว้บนจานแป๊บนึงจนมันแข็งตัวแล้วค่อยทานได้ ถ้าเราไม่รอให้วาฟเฟิล-ขนมเขียวแข็งตัวก่อนมันจะไม่กรอบ และ ไม่อร่อย

วาฟเฟิล_ขนมเขียว_012

7) ขั้นตอนนี้ไม่ต้องทำก็ได้: วิธีหนึ่งที่เราจะทำให้ วาฟเฟิล-ขนมเขียว ดูสวย และ น่าสนใจมากขึ้น เราสามารถนำวาฟเฟิล-ขนมเขียวที่เสร็จใหม่ๆ นิ่มๆ มาวางพิงกับชามที่วางอยู่บนจานให้เป็นชั้นๆ แบบสลับฟันปลา (เพื่อมีอากาศถ่ายเท) สิ่งที่เราได้คือ วาฟเฟิล-ขนมเขียว นิ่มๆ จะเริ่มแข็งตัวในรูปสรงโค้งๆ ตามชาม ซึ่งเมื่อนำไปเสิร์ฟก็จะดูสวยขึ้นกว่าไม่ทำอะไรเลย ทานได้!!!!

วาฟเฟิล_ขนมเขียว_013

วาฟเฟิล_ขนมเขียว_014

วาฟเฟิล_ขนมเขียว_015

วาฟเฟิล_ขนมเขียว_017

หมายเหตุ:

  • เราอาจลองขยับวาฟเฟิล-ขนมเขียว นิ่มๆ เป็นรูปสรงต่างๆ ก่อนที่มันจะแข็งตัวตามใจชอบดูก็ได้ หรือ อาจลองใช้เตาวาฟเฟิล รูปทรงอื่นๆ ดูด้วยก็ได้
  • จะใช้แป้งอเนกประสงค์ แทน แป้งทำขนมปัง แต่การใช้แป้งอเนกประสงค์จะทำให้วาฟเฟิล-ขนมเขียวไม่มีความเหนียวเท่ากับการใช้แป้งทำขนมปัง

Add a Comment

Wordpress SEO Plugin by SEOPressor