10 อาหารสิ้นคิด ของคนญี่ปุ่น

ในไทยเรามี อาหารสิ้นคิดที่โด่งดังเช่น ข้าวกระเพรา ข้าวผัด และ ข้าวไข่เจียว แต่คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่า เวลาคนญี่ปุ่นไปทานข้างนอกแล้วสิ้นคิดไม่รู้จะสั่งอะไรทานดี คนญี่ปุ่นจะสั่ง อาหารสิ้นคิด อะไรมาทานบ้าง??? แน่นอนมันไม่ใช่ ซูชิ หรือ ปลาดิบ แบบที่คนทั่วโลกชอบเข้าใจผิด แต่เป็น อาหารสิ้นคิด 10 อย่างนี้!!!

ราเม็ง (Ra-men):

ราเม็ง (CR: wikipedia)

ราเม็ง เป็นอาหารญี่ปุ่นที่มีต้นกำเนิดมาจาการเรียนแบบบะหมี่น้ำจีนโดยใช้ส่วนผสมที่มีในญี่ปุ่นจนกลายเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ราเม็งถือได้ว่าเป็นอาหารสิ้นคิดที่เป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นก็ว่าได้ ซึ่งถ้าเราไปญี่ปุ่นร้านอาหารที่หาได้ง่ายที่สุดมักจะเป็นร้านราเม็ง ร่วมทั้ง ราเม็ง ยังถูกจัดให้เป็นหนึ่งอาหารประจำชาติของญี่ปุนอีกด้วย

ข้าวหน้งแกงกะหรี่ (Ka-re-rai-su):

ข้าวหน้งแกงกะหรี่ (CR: sarijapani)

ข้าวหน้าแกงกะหรี่ หรือ คาเรไรสึ เป็นอาหารที่เริมได้รับความนิยมเป็นอย่างมากหลังจากจักรวรรดิอังกฤษได้นำแกงกะหรี่จากอินเดียมาขายในประเทศญี่ปุ่นในยุคเมจิ (ค.ศ. 1868 – 1912) ข้าวหน้าแกงกะหรี่เป็นอาหารสิ้นคิดเนื่องจากมันทำเร็ว อร่อย และ ทานง่าย ซึ่งมันยังได้ถูกจัดให้เป็นอีกหนึ่งอาหารประจำชาติของญี่ปุ่นทั้งๆ ที่มันไม่ญี่ปุ่นเลยก็ตาม

กิวด้ง (Gyu-don):

กิวด้ง (CR: wikipedia)

กิวด้ง หรือ ข้าวหน้าเนื้อวัว ก็เป็นอีกหนึ่งอาหารที่เริ่มได้รับความนิยมในยุคเมจิ (ค.ศ. 1868 – 1912) เหมือนกับข้าวหน้าแกงกะหรี่ ก่อนยุคเมจิคนญี่ปุ่นไม่นิยมทานเนื้อวัวเท่าไหร่ แต่ในยุคเมจิ ซึ่งเป็นยุคที่ญี่ปุ่นพยายามจะเปลี่ยนประเทศชาติให้พัฒนาตามทันชาติตะวันตก รัฐบาลญี่ปุ่นสมัยนั้นจึงส่งเสริม (กึ่งปังคับ) ให้คนญี่ปุ่นทานเนื้อวัวเหมือนกับคนในชาติตะวันตก (คนญี่ปุ่นสมัยก่อนซามูไรซีเรียสบูชิโดเกินพิกัดจริงๆ ^^;) จนมาถึงปัจจุบันความนิยมในอาหารสิ้นคิดที่มีชื่อว่า กิวด้ง ก็ยังคงอยู่ ซึ่งเราจะเห็นได้จากการที่มีร้าน Fast Food มากมัยที่เน้นขายแต่กิวด้ง อีกทั้งกิวด้งยังหาซื่อได้เกือบทุกที่จากร้านสะดวกซื่อไปจนถึงตู้หยอดเหรียญเลยทีเดียว

ข้าวปั้น (O-ni-gi-ri):

ข้าวปั้น (CR: deviantart)

ข้าวปั้น หรือ โอนิกิริ อาจเรียกได้ว่าเป็นอาหารสิ้นคิดที่เก่าแก่ที่สุดของคนญี่ปุ่นก็ได้ โดยช่วงเวลาที่อาหารนี้ถูกคิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกนั้นไม่ได้ถูกระบุเอาไว้เพราะมันเป็นอาหารธรรมดามาก แต่ครั้งแรกที่ข้าวปั้นถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกนั้นคือในยุคเฮอัง (ค.ศ. 794 – ค.ศ. 1185) ในบทกลอนเกี่ยวกับการไปปิกนิก (อิอิอิ ไปปิกนิก) ของผู้คนที่มักจะนำเอาข้าวปั้นไปทาน ในปัจจุบัน ข้าวปั้น หาทานได้เกือบทุกที่ตั้งแต่ร้านอาหารจนถึงตู้หยอดเหรียญในที่ต่างๆ

อุด้ง (U-don):

อุด้ง (CR: jilliantamaki)

อุด้ง นั้นเป็นอาหารสิ้นคิดที่เก่าแก่อีกอย่างของญี่ปุ่น โดยช่วงเวลาที่ถูกคิดค้นขึ้นนั้นไม่แน่นอนและมีเรื่องเล่ามากมาย ที่บ้างก็ว่า อุด้ง มาจากจีน บ้างก็ว่ามีพระคิดขึ้นมา แต่ที่แน่ๆ ความนิยมของนั้น อุด้ง มักจะถูกเปรียบเทียบกับ ราเม็ง ซึ่งเป็นอาหารสิ้นคิดอีกอย่างเลยทีเดียว อุด้งมักถูกขายร่วมอยู่ในร้านราเม็ง แต่ก็มีร้านที่ขายเฉพาะอุด้งอยู่มากเหมือนกัน (แต่ไม่เท่าราเม็ง) ร่วมทั้งเรายังสามารถหาซื่ออุด้งทั้งจากร้านจากร้านสะดวกซื่อไปจนถึงตู้หยอดเหรียญอีกด้วย

โซบะเย็น (Za-ru-so-ba):

โซบะเย็น (CR: globetrotterdiaries)

โซบะเย็น เป็นอาหารสิ้นคิดของคนญี่ปุ่นที่เป็นที่นิยมมากโดยเฉพาะในฤดูร้อน เนื่องจากมันทำง่าย ทานง่าย (กลืนเอายังได้เลย) มีคุณค่าทางอาหารสูง และ ยังช่วยคลายร้อนได้อีกด้วย โซบะเย็นมีขายทั้วไปในร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านสะดวกซื่อ และ ตู้หยอดเหรียญในที่ต่างๆ

โอเด้ง (O-den):

โอเด้ง (CR: sushiandsake)

โอเด้ง เป็นอาหารสิ้นคิดของคนญี่ปุ่นที่เริ่มจากการเป็นของต้มอะไรก็ได้ในซุปมิโซะที่ไม่ได้มีชื่ออะไรพิเศษจนกระทั้งเมื่อผู้คนเริ่มใช้น้ำซุปใสที่ทำมาจากปลาแห้ง (ดาชิ) แทนที่ซุปมิโซะ มันเลยได้มีชื่อใหม่ว่า โอเด้ง และ เริมเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายแต่นั้นมา (เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนชีวิตจริงๆ) เหตุผลหลักนอกจากความอร่อยที่ทำให้ โอเด้ง กลายเป็นอาหารสิ้นคิดอันเป็นที่นิยมของคนญี่ปุ่นคือราคาของมันที่ถูกมากสำหรับคนญี่ปุ่น ถ้าคุณมีเพียง 100 เยน (ประมาณ 30 บาท) คุณก็ทานได้แล้ว (แต่ของไม่มากนะ) โอเด้งหาซื่อได้จากรถเข็นข้างทางที่มีอยู่มากมาย จากร้านสะดวกซื่อ และ ตู้หยอดเหรียญต่างๆ

ทงคัตสึ (Ton-ka-tsu):

ทงคัตสึ (iheartjapan)

ทงคัตสึ หรือ หมูชุบแป้งทอด เป็นอาหารสิ้นคิดของคนญี่ปุ่นที่มีความนิยมสูงมาก ด้วยตัวทงคัตสึเองเราสามารถนำมาทานเปล่าๆ แบบ Fast Food ก็ได้ แต่ด้วยการที่มันเป็นอาหารสิ้นคิดที่มีความนิยมสูง มันก็มักจะถูกนำไปผสมกับอาหารอื่นๆ เช่น +ขนมปัง กลายเป็นปังทงคัตสึปัง +ข้าว กลายเป็นทงคัตสึด้ง +ข้าวหน้งแกงกะหรี่ กลายเป็นทงคัตสึคาเร และ ต่างๆ นานๆ คนญี่ปุ่นเวลาไม่รู้ว่าจะทานอะไรดีก็มักจะบอกว่าให้เอาทงคัตสึใส่ไปในอาหารอื่นๆ ทงคัตสึในรูปแบบต่างๆ สามารถหาทานได้ทั่วไปในร้านอาหาร และ ร้านสะดวกซื่อต่างๆ

ข้าวห่อไข่ (O-mu-rai-su):

ข้าวห่อไข่ (CR: yelp)

ข้าวห่อไข่ เป็นอาหารสิ้นคิดของคนญี่ปุ่นที่ให้ความรู้สึกคลายๆ กับข้าวไข่เจียวอาหารสิ้นคิดของคนไทยเรา แต่ที่แตกต่างคือข้าวจะถูกห่อไว้อย่างมิดชิดในไข่เจียว ข้าวข้างในอาจเป็นข้าวพัดก็ได้แล้วแต่ชอบ แต่ที่แน่ๆ เด็กๆ จะชอบทานข้าวห่อไข่มากเพราะมันสามารถถูกตกแต่งให้ดูน่ารักสวยงามได้ ข้าวห่อไข่หาทานได้เกือบทุกที่ที่ขายอาหารในประเทศญี่ปุ่นแม้แต่ในร้านกาแฟ หรือ คาเฟ่ต่างๆ ก็มักจะมีขายเพราะมันทำง่ายมาก

โอยาโกะด้ง (O-ya-ko-don):

โอยาโกะด้ง (CR: japancentre)

โอยาโกะด้ง หรือถ้าแปลตรงความหมายจะแปลว่า ข้าวหน้า(สอง)แม่ลูก (จริงๆ แล้ว โอยาแปลว่าผู้ปกครอง แต่ความหมายที่สื่อน่าจะแปลว่าแม่นะ) ทำไมนะเหรอ??? มันเป็นเพราะสิ่งที่โปะลงไปบนข้าวคือ ไก่ (แม่) กับ ไข่ (ลูก) นั้นเอง โอยาโกะด้งเป็นอาหรสิ้นคิดของคนญี่ปุ่นที่เป็นทางเลือกของคนที่อาจไม่ชอบทานเนื้อวัวในกิวด้ง การที่มันทำง่าย และ อร่อย ทำให้มันหาทานง่ายได้ในร้านอาหาร และ ร้านสะดวกซื่อต่างๆ

เห็นด้วยกับ 10 อย่างนี้ไหม? เพื่อนๆ คิดว่า Food Story ตกหล่นอะไรก็สามารถบอกใน Comment ข้างล่างไปนะ!!!

(Ref: Japan Guide, Wikipedia)

No Comments

Add a Comment

Wordpress SEO Plugin by SEOPressor