5 เหตุผลทำไมการ ไดเอท ของคุณถึงไม่สำเร็จ

I-give-up

  1. คุณเข้มงวดกับแผน ไดเอท เกินไป:

การวางแผน ไดเอ แบบที่เข้มงวดเกินไปมักเป็นการไม่ทานอาหารอร่อยๆ ที่คุณชอบเลย (เช่น ขนมหวาน ช็อคโกแลต ไอติม ของทอด ฯลฯ) แน่นนอนว่าการทำเช่นนี้คงทำให้คุณเบื่อ และ เซ็งมากอย่างแน่นอน คุณอาจทำได้ 2-3 วัน หรือ 2-3 อาทิตย์ แต่ด้วยความเบื่อ และ เซ็งกับอาหารจำเจ คุณมักตัดสินใจยอมแพ้ และเมื่อคุณยอมแพ้เท่านั้นแหละ คุณก็เริ่มกลับมาทานอาหารอร่อยๆ ต่างๆ ที่คุณอดมานาน จนกลับมาอ้วนเหมือนเดิม

วิธีแก้: ความจริงแล้ว การทานทานอาหารอร่อยๆ นิดๆ หน่อยๆ บ้าง ให้หายอยาก (แน่นอนอย่าทานมากเกินไป) มันไม่ได้มีผลอะไรกับการไดเอทของคุณซะเท่าไหร่เลย ดังนั้นอย่าเข้มงวดเกินไปจนทำให้คุณยอมแพ้ก่อนที่จะเห็นผล

  1. คุณมักมองว่าการ ไดเอท เป็นการแก้ปัญหาชั่วคราว:

คนส่วนใหญ่มักพยายาม ไดเอท เพราะอาจต้องไปงานสำคัญจะได้แต่งชุดสวยๆ หล่อๆ ที่คุณใส่ไม่ได้ หรือ ต้องใส่ชุดว่ายน้ำเลยไม่อยากให้คนเห็นพุงอ้วนๆ ของคุณ แต่เมื่อจบกิจ คุณก็กลับมาทานเหมือนเดิม แล้วก็อ้วนเหมือนเดิม แทนที่จะพยายามเปลี่ยนนิสัยการทานของคุณอย่างถาวร

วิธีแก้: แน่นอนการจะเปลี่ยนนิสัยการทานของคุณอย่างถาวรนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ถ้าคุณลองเปลี่ยนมุมมอง จากการมองว่าเป็นการบังคับตัวเป็นให้ไดเอทให้เป็นการมองว่าเป็นการลองทานอาหารใหม่ๆ ที่ดีต่อสุขภาพ การเปลี่ยนนิสัยการทานก็จะง่ายขึ้นทันที

  1. คุณเป็นวัยรุ่นใจร้อน:

คนส่วนใหญ่มักเริ่มไอเอทเพราะได้สูตรการทานอาหารที่คนอื่นทำกันแล้วลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วในไม่กี่อาทิตย์ แต่พอคุณทำไปได้สักพักคุณก็ยอมแพ้เพราะว่าน้ำหนักคุณไม่ได้ลงเร็วเหมือนคนอื่นเลย

วิธีแก้: จงอย่าลืมว่าน้ำหนักที่คุณเพิ่มขึ้นมานั้นเป็นการสะสมมาเป็นเดื่อนๆ ปีๆ ดังนั้นการที่จะเอาน้ำหนักดังหล่าวนั้นออกตามปกติแล้วก็จะใช้เวลาพอๆ กับเวลาที่คุณสะสมมันมาเช่นกัน ร่วมทั้งร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกันผลช้าเร็วก็ไม่เหมือนกันอย่างแน่นอน ดังนั้นอย่างใจร้อน ทำสูตรไดเอททีคุณเลือกใช้ไปเรื่อยๆ ในระยะยาวคุณก็จะเห็นผลเอง

  1. คุณเป็นพวกเผลอแล้วเลิกเลย:

คนส่วนใหญ่มักเป็นแบบนี้ คุณว่างแผนไดเอทมาเป็นอย่าดีว่าจะทานอะไรในวันๆ หนึ่ง แต่แล้วคุณก็เผลอไปเอาไก่ทอดน้ำมันเยิ้มๆ เข้าปากแล้วทานอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อคุณรู้ตัวอีกที คุณก็รู้สึกว่าการเผลอของคุณเป็นการผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้การไอเอทของคุณเสียไปทั้งหมด เมื่อคุณรู้สึกว่าแผนเสียแล้ว คุณก็ปล่อยเลยตามเลย ในวันนั้นแทนที่จะทานผักเป็นอาหารเย็นคุณก็เปลี่ยนเป็นของทอดซะเลยเพราะไหนๆ ไดเอทคุณก็พังแล้ว

วิธีแก้: เหมือนกับข้อที่ 1 ทานอะไรอร่อยๆ บ้างก็ได้ เพียงเผลอทีเดียว มันไม่ได้มีผลอะไรกับการไดเอทของคุณเลย จงอย่างพยายามทำให้ไดเอทของคุณสมบูรณ์จนเกินไป แต่ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็พอแล้ว

  1. คุณเป็นพวก ไอเดท แบบอดอาหาร:

คนส่วนใหญ่ชอบเลือกการ อดอาหาร หรือ ทานอาหารน้อยกว่าจำนวนแคลอรี่ (พลังงาน) ที่ร่างกายคุณต้องการ การทำเช่นนี้อาจได้ผลเร็วในระยะสั้น (ขอบอกว่าสั้นมาก) คุณอาจลด 2 หรือ 3 กีโลในอาทิตย์เดียวแต่หลังจากนั้น ไม่ว่าคุณจะอด หรือ ลดอาหาร อย่างไร คุณก็ไม่อาจลดได้เร็วเท่าช่วงแรกๆ นานๆ เข้าคุณก็ยอมแพ้ แล้วก็กลับมาทานเหมือนเดิม แล้วก็มักจะ โยโย่ แล้วอ้วนกว่าเก่า มันเกิออะไรขึ้น? สิ่งที่เกิดขึ้นคือเวลาคุณอดอาหาร หรือ ทานอาหารน้อยกว่าจำนวนแคลอรี่ที่คุณต้องการจริงๆ นานๆ เข้าร่างกายคุณเริ่มเผาผลาญไขมันช้าลงเพราะมันคิดว่าคุณไม่ค้อยมีอาหารทาน แต่เมื่ออยู่ดีๆ คุณกลับมาทานเหมือนเดิมร่างกายคุณมันเลยคิดว่ามีอาหารทานแล้วมันก็เลยรีบพยายามเปลี่ยนอาหารที่คุณทานให้เป็นไขมันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยยังเผาผลาญไขมันช้าอยู่เพื่อจะเก็บเอาไว้เพราะมันกลัวว่าคุณอาจไม่มีอาหารทานในอนาคต ซึ่งการที่ร่างกายทำแบบนี้ก็คือการ โยโย่ ที่เรารู้จักกันนั้นเอง

วิธีแก้: คุณควรทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้พอดีกับจำนวนแคลอรี่ (พลังงาน) ที่คุณต้องการแต่ละวันเท่านั้น และ ไม่ควรอดอาหาร การลดอาหารนั้นทำได้ แต่ควรเป็นการลดอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และ ไม่ใช่ลดอาหารจนน้อยกว่าจำนวนแคลอรี่ที่คุณต้องการ ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะต้องใช้เวลา แต่มันจะไม่ โยโย่ เวลาคุณเกิดทานเยอะกว่าปกติ หรือ ทานอาหารอร่อยๆ (อิอิอิ) ในบางครั้ง ร่วมทั้งยังเป็นวิธีที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

ทั้งหมดนี้ ถ้าเป็นไปได้เพื่อนๆ ก็ควรออกกำลังกายไปด้วยก็จะยิ่งดีนะ

Add a Comment

Wordpress SEO Plugin by SEOPressor